—— STORY ——

หลังการสิ้นสุดลงของสงครามโลกครั้งที่ 1 นับเป็นยุคแห่งความยิ่งใหญ่ของชาติตะวันตก โดยเฉพาะในช่วงปี 1920 ที่อิทธิพลทางฝั่งตะวันตกได้เข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองในโลกตะวันออก ญี่ปุ่นคือหนึ่งในประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากอีกฝั่งโลกอย่างเห็นได้ชัด การดำรงชีวิตของชาวญี่ปุ่นที่เคยเป็นมาจึงก้าวข้ามสู่วิถีที่เป็นสากลมากขึ้นนับตั้งแต่นั้น การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อาจไม่เป็นที่น่าพิสมัยนักสำหรับคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่มีความเป็นนักอนุรักษ์นิยมและยึดมั่นในขนบธรมเนียมดั้งเดิมของชนชาติ แต่อย่างไรก็ตาม หลายรูปแบบการใช้ชีวิตของชาติตะวันตกกลับสร้างความเพลิดเพลินเจริญตาและมอบความแปลกใหม่ให้แก่ผู้หญิงญี่ปุ่นบางกลุ่มที่สนุกกับการเรียนรู้และค้นหา ‘ความเป็นตัวตน’ ได้อย่างอิสระ หลุดออกจากกรอบความเชื่อหรือค่านิยมแบบเก่าที่กำหนดให้ทุกคนเป็นเหมือนกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
หญิงสาวกลุ่มนี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงญี่ปุ่นหัวสมัยใหม่ บุคลิกและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของพวกเธอเต็มไปด้วยกลิ่นอายตะวันตก แม้กระทั่งความคิดความอ่าน เธอเปลี่ยนจากการสวมชุดกิโมโนมาใส่กระโปรงสั้นหรือกางเกงเช่นบุรุษ สวมรองเท้าส้นสูง เลิกเกล้าผมทรงญี่ปุ่นโบราณแล้วหันมาไว้ผมบ๊อบ และทาลิปสติกเพื่อความงาม อีกทั้งมีความปรารถนาที่จะพึ่งพาตนเองทางด้านเศรษฐกิจ โดยเข้าสู่ระบบการทำงานนอกบ้าน และเริ่มคิดไปถึงความเสมอภาคในการแสดงออกของสตรีญี่ปุ่น
แม้ความท้าทายต่อวิถีชีวิตแบบเก่าของพวกเธอจะขัดแย้งกับข้อกำหนดทางสังคม และไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่มอนุรักษ์นิยมในประเทศเดียวกัน แต่ทว่าการเปลี่ยนแปลงบทบาทครั้งใหญ่ของหญิงสาวกลุ่มนี้ได้จุดประกายให้คนในยุคนั้นเกิดความหยั่งรู้ที่จะค้นหาความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองซึ่งสืบเนื่องในยุคต่อๆมาจนถึงปัจจุบัน
ความเป็นอิสระจากความคาดหวังของสังคมสมัยเก่าและความมุ่งมั่นที่จะแสดงถึงความเป็นตัวตน ทำให้พวกเธอถูกเรียกขานว่า MOGA (โมก้า) ซึ่งย่อมาจากคำว่า Modern Girl หรือ ‘ผู้หญิงสมัยใหม่’ นั่นเอง
การค้นหาความงามและเสริมสร้างจุดเด่นของตนเอง โดยไม่ขึ้นกับเทรนด์หรือข้อกำหนดใดในสังคมของผู้หญิงญี่ปุ่นสมัยใหม่ในยุคนั้น นับเป็นการสร้างสรรค์ที่เราเชื่อว่านำมาซึ่งความงามอย่างแท้จริงและมีเอกลักษณ์อย่างไร้ที่ติ และด้วยแรงบันดาลใจนี้เอง การทำงานของเราภายใต้ชื่อ MOGA จึงมุ่งเน้นที่การค้นหาคาแรคเตอร์ และสร้างสรรค์สไตล์เฉพาะที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวตนให้แก่ลูกค้าผ่านทรงผมคลาสสิกที่เข้าได้กับทุกยุคทุกสมัย.

—— TIMELINE ——

1990s
ในช่วงปี 1990 ประเทศญี่ปุ่นได้ถูกจับตามองจากทั่วโลกในฐานะผู้นำทางด้านเส้นผมซึ่งมีการสร้างสรรค์สไตล์ที่หลากหลายโดย ใช้เทคนิคนำสมัย และเหมาะกับสภาพผมของคนเอเชีย เป็นมิติใหม่ให้กับแวดวงผมทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย อีกทั้งญี่ปุ่นยังได้สร้างมาตรฐานและคุณภาพงานบริการซาลอนซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางด้วยเหตุนี้เอง MOGA จึงได้เกิดขึ้นโดยคณะผู้บริหารจัดการร้านทำผมที่ได้รับการฝึกอบรมและผ่านเกณฑ์มาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น

1992
  • MOGA เปิดตัวสาขาแรกบนชั้น 2 ISETAN เป็นร้านทำผมสัญชาติญี่ปุ่นแห่งแรกที่ให้บริการทางด้านเส้นผมมาตรฐานนานาชาติ รูปแบบการบริการที่พิถีพิถัน ฝีมือที่ดีเยี่ยมและการออกแบบทรงผมที่ทันสมัยได้สร้างประสบการณ์ใหม่ในการเข้าร้านเสริมสวยให้กับลูกค้าคนไทยจึงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามในเวลารวดเร็ว

1998
  • สาขาที่ เปิดที่ชั้น 3 Emporium ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งแห่งใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในย่านสุขุมวิทในขณะนั้น

2003
  • จัดตั้งสถาบันเสริมสวย MOGA International Tokyo Beauty School ที่ซอยอารีย์

2005
  • เปิดสาขาที่ 3 ชั้น 2 Siam Paragon

2006
  • เปิดสาขาที่ 4 ชั้น 3 Zen ราชดำริ

2011
  • เปิดสาขาที่ 5 ชั้น 2 Terminal 21

2013
  • ปิดสาขาที่ 6 ชั้น 4 Central Festival
  • จัดตั้งโรงเรียนเสริมสวย MOGA ACADEMY ที่ ZEN WORLD

2014
  • เปิดสาขาที่ 7 ชั้น 2 MAYA
  • เปิดสาขาที่ 8 Central Embassy ชั้น 4 โดยร่วมมือกับ AVEDA แบรนด์ดังจากอเมริกา เพื่อเปิด Lifestyle Salon แห่งแรกในประเทศไทยภายใต้ชื่อ MOGA AVEDA

2015
  • เปิดสาขาที่ 9 Emquartier ชั้น 4 โดยร่วมมือกับ AVEDA